อานองต์และคำมั่นสัญญา
ทำไมต้องมีคำมั่นสัญญา เพราะว่ามันเป็นปริบทของตนเองในเรื่องคุณธรรมก่อนลงหลุมดินเพื่อฝังตนเองลงสู่โลกความจริง
ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จึงทำคำมั่นนี้ไว้
ในชาโตอานองเตที่สี่นี้
บทนิยามและภาพยนตร์ที่มีการจัดขึ้น
และเป็นเรื่องรักเดียวใจเดียวเท่านั้นเป็นหลักการคือเมียเดียวผัวเดียวเป็นจุดยืน
และจะไม่มีอนาจาร ไม่มีคำสบถ ไม่มีอธรรม จะมีก็แต่และอื่นๆที่ถือว่าดีและมีศีลธรรมและความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นเสมอ และท้ายสุดที่ไม่ขัดดต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชนและcivic และมิขัดต่อความชอบและตลอดถึงทุกส่วนแห่งความสงบเรียบร้อยอันดีงามของบ้านเมืองและประชาชนและcivic
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วเป็นแกนนำและหัวใจ ในการทำงานและที่เกลียดคือไม่ชอบ แนวอหังการมมังการของเผ่ากิยองต์ในส่วนเชิงลบ
เพราะจะมีเป้าหมายในการทำลายอานองต์และมีความคิดในตรงกันข้ามที่คือพยายามทำลายความดีของอานองต์ ที่อานองต์พยายามยืนยัน
ส่วนเชิงบวกคือส่วนที่ตรงกันข้ามกับอธรรม อันเผ่าดิบองต์จิจะเหมาไปทั้งหมด เพราะเผ่าดิบองต์จิใฝ่ในธรรมเท่านั้น
ถ้าในเนื้อหาสาระทั้งในเรื่องและนอกเรื่องของนวนิยายที่เขียนมาทั้งหมดพาดพิงไปถึงในส่วนอธรรม ก็นั้นเพียงการนำมาเทียบเคียงให้เห็นภาพพจน์ของนนวนิยายเท่านี้นั้น ว่า"อธรรม"และ"ธรรม"คืออะไร มิใช่เจตนาของอานองต์แต่อย่างไร เพื่อสร้างอำนาจอนาจาร ที่จาระติดตามมาหรือการแสวงหาอำนาจ ในที่นี้คืออำนาจซื้อ ขึ้นมามาตามหลักเศรษฐศาสตร์แต่และความจำเป็นอันเป็นและทางออกที่ดีแต่อย่างไรไม่
ที่กล่าวอย่างนี้ เพราะงานนิพนธ์แต่ละตอนที่นวนิยายขึ้นเชิงยกกองถ่ายทำไปติดแปะที่นับเนื่องในสถานที่จริงบ้าง มีการพาดพิงถึง และกล่าวไว้ไม่สุดกระแสความ อันเป็นเหตุให้เข้าใจผิดได้ต่อสาระที่แท้จริงของอานองต์ที่สี่นี้ เพราะการนวนิยายเรื่องนี้ เป็นบทหนักแทบทั้งสิ้น ที่จะเป็นสื่อสู่การติดตาม และแสนจะอลวนและอลเวง แต่ว่าสาระและสนุก แต่และเป็นเรื่องราวคงที่ ที่เรียกว่าวรรณกรรมเชิงประยุกต์จะพึงเสนอให้เพื่อเสพดูและทดสอบในความขื่นขมและความเปรี้ยวหวานและอร่อยเผ็ดมันของเรื่อง ที่มีพริกหยววกพริกขี้ฟ้าและพริกกลางเป็นส่วนผสม เว้นพริกขึ้หนูเพราะมันเผ็ดสุดจักจิ๊ดเกินถ้าลงในส้มตำมะละกอปลาร้าหรือตำปูมะละกอกับผักเหมือดใบมันปูและยอดบุ้งแดง ผักบัวยกผัหหนอก ยอดอีเห็นหอมเครื่องเทศฟุ้งเมื่อเด็ดเจ้าปาก และยอดผักชีลาว ยอดคึ่นฉ่าย
เพราะอานองต์เชื่อสารัตถะนั้นสอดแทรกในสรรพสิ่งเสมอ
จำได้ว่า แต่ก่อนนี้ที่อานองต์คนทุกคนจากทุกบ้านมีสิ่งนี้คือทันข่าวทันตนเองและเพื่อนใจ
คือกังหันลงและเสียงนกกาไก่ มันเป็นเวลาให้ทุกคนได้รู้เวลา ในแต่เก่าก่อน แต่ทุกวันนี้ แอร์และอารยธรรมใหม่มันปกปิดความจริงนี้หมด
ต่อมามีวิทยศาสตร์ เมื่อเครื่องทำงานทำงานสายวิทย์คือมือถือที่มีมากมายหลากชนิดเหมือนของเด็กเล่น ที่คนหลงไหลและนิยมเป็นเฟชั่นคือติดใจมาก ชอบติดสะเอวไว้เพื่อฟังเพลงและข่าวสารทางการ จำเป็นมากเมื่อพายุมา เมื่อมีการกบและปฏิวัติรัฐประหาร และการเลือกตั้งครั้งสำคัญเพื่อเฟ้นคนเข้าปกครองประเทศ และอานองเต
ถ้ามีการปฏิวัติในรัฐบาลกลางเกิดขึ้น มิใช่เพื่อรู้เท่าทันท่านแล้ววางแผนหนีออกพม่า หรือตุระเตา แต่เพื่อทันเหตุการณ์ที่ท่านจะเอาของมาแจก และขอสำทับว่า อานองเตไม่ใช่หมู่บ้านการเมือง แต่เป็นหมูบ้านจั๊กจั่นฝันหวาน และ พบว่าตอนปฏิวัติคุกรุ่นฉากตอนนับลมหายใจกันอยู่ จะไม่มีข่าวทั่วไปเพลงลูกทุ่งลูกกรุง หรือเพลงอะไรจากที่ธรรมดาเคยมี จะมีเหลือก็แต่เพลงของทางคณะปฏิวัติจะถ่ายทอดให้ทุกคนทราบมีความรักในชาติ แต่ตามปกติ ที่อานองต์นั้นสงบแบบบ้านนอกแสนสบายมีสมถะ ควายคงแทะเล็มหญ้าอย่างอร่อยปกติ แต่วัวของเผ่า กิ ยองตินคง บุกรุกขโมยกินหญ้าขายและหญ้าหวงของชาโตอานองเตที่สี่เป็นปกติอย่างเมามัน แม่เจ้าของนั้นรักกันมากและคลานตามกันมาตั้งแต่เริ่มคลอด ว่าอย่างนั้น เพราะว่า เพราะอันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่มันเกี่ยวกับอิ่มอร่อยของวัวจากเผ่ากิยองต์ ที่จ้องเฝ้าฝ่าฝืนฝืนกระทำที่ละเมิดและริดรอนสิทธิ์ของอานองต์ ซึ่งต่อมาทำรั้วและกำแพงขวางกั้น ต่อไปวัวไม่ปืนรั้วเพราะมันกลัวเจ็บ ตอนนี้มีแต่โจรหนวดดำถ้ามีเหลืออยู่เป็นปัญหาให้ชาโตอานองเตต้องคิดชบให้แตกต่อไป ก่อนเดินทางเข้าสูสสานตามวุฒิภาวะขอคนชรากาล เมื่ออานองต์เผลอ หรือปล่อยปะละเลย หรือเมื่อตอนไปหาหอยทะเล หรือตอนบินไปต่างประเทศในฐานะคนจนยากที่มีความเป้นต่างประเทศผูกพนธ์ ที่ทะเลเพื่อเก็บหอยแมงภู่ ที่ตัวเปลือกมันสวยสะอาดสีมรกต น่าสะสมเข้าตู้และขึ้นกล้อง แต่ไร้วารีและเวลาที่จะแตะมัน จึงชมมัดจำความงามของสีมรกตของภู่นั้นไว้ก่อนว่า สีมรกตของกาบหอยแมงภู่นั้นสวย เมื่อทำปิ้งย่างหรือนึ่งเสร็จ ผลที่ออกมาเมื่อลองชิมดู รสแมงภู่นึ่งนั้นหวานและอร่อยเมื่อมีน้ำจิ้มสดีแสนดี ที่มัมะนาวกลิ่นฟุ้งและกลีบกระเทียมทุบและน้ำปลาเค็มไร้สารเจือปนเป็นเครื่องประกอบ แมงภู่ที่ไปเก็บจากชายทะเลและผาเอื้องถึง ที่ได้มามากมายมาเพื่อบริโภค เก็บมามาก ถ้าเหลือก็แบ่งงายไปให้ชนอื่นบ้าง รือพบเด็กน่ารักขอไปเล่นหม้อข้าวหม้อแกงทรายหนึ่งตัวก็มีบ้างบังเอิญ อนึ่ง เพราะถ้าเก็บหอยภู่ไว้ค้างคืนพบว่า ไม่อร่ อย และเนื้อจะเหี่ยว ต้องกินสดกินทันที จากเลจึงเยี่ยมจริงๆ(ไม่ได้ชักชวนคนมาเที่ยวทะเลนะ คือตามใจชอบสมัยว่าอย่างงั้น) หอยภู่จึงจะนิ่มอร่อยที่พบมาอย่างนั้น สูตรแห่งความสดนี้ก็เป็นสูตรแห่งความดีสากลจริงๆ
เรื่องแมงภู่หอยสีมรกตนี้ตัวนี้ "ฟรี" ไม่ต้องสัมปทานจากใครก่อนไปเก็บหอยทะเล มีแมงภู่เป็นที่มันเกาะติดที่โขดหินทกวันที่ชายหาดผาเอื้อง จะมีก็สัมประทานกันเอง เข้าคิวแบ่งเขตแบ่งความขยันกันเพื่อแสวงหาหอยภ่นี้เท่านั้น อันนี้จริงๆ
ทะเลและลมแรงและฝนที่เรียกว่าระดับทะเลครวญทั้งเชิงลึกและเชิงตื้น ถ้ามีปัญหาหญ้าปากคอกหรือไม่ใช่หญ้าปากคอก เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา คือแย่งเขตทำกินหอยแมงภู่ เขาจะ ศาลเป็นขื่อเป็นแป และพิจารราตัดสินให้ มีทั้งชนิดศาลเปิดศาลปิด สูงและเตี้ยและจำเป็นให้เลือกเฟ้นตามใจชอบ ทั้งมีทนายและไม่มีทนาย ตามประสาของภาวะชนที่เรียกตนเองว่าเสรีภาพคับด้ามทุกคนที่อานองเต และจุดเสรีภาพ ภาราดรภาพ และสันติภาพ ที่อานองเตนี้ มีความสำคัญสุดเยี่ยมเยี่ยงมนุษยชาติจะพึงเห็นได้และเป็น
เมื่อสงครามแย่งหอยทะเลเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่พบว่าก็สงครามต้องสงบเมื่อหอยแมงภู่ไม่มาเกาะ หรือเมื่อผีหรือ ปีษาจหรือตัวดีมอนเนสมุทรมาเอาไปกินบริโภคชนิดฉับไวเสียก่อน เช่นตัวเพรียง และผีเสื้อสมุทร หลากชนิดที่มองไม่เห็น แต่ท่านเทพเจ้าเนปจูนท่านไม่มายุ่ง เว้นเวลามีพายุใหญ่มากและมีเสียงฟ้าผ่าเป็นเสียงเพลงประกอบ จะเห็นท่านเทพเจ้าเนปจูนแห่งท้องทะเล มาคอยกำราบให้เป็นธรรม เพื่อมิให้ทะเลทะเลาะกัน และสงบ ที่อานองต์สังเกตเห็น
เมื่อ ทะเลมีมากกว่าสามส่วนของพื้นดินโลก อันนี้เป็นความจริง
ต่อมามาเครื่องคอมพ์และมือถือที่จะฟังเพลงติดตามข่าวได้
และเครื่องช่วยน้ำข้าวและชนิดย่อยแกงเกลียหูให้แบบเสียงเสพ ในการใช้มันฟังไปพลางทำงานไปพลาง จะช่วงให้ทำงานแบบติดดินเกิดขึ้นมา ที่อานองเตชอบนักบรรยายกาศอันโรมานส์เช่นนี้ ท่านหญิงเคาเตสนางเอกก็ชอบเช่นกัน บางคนทำงานจนลืมเวลาและค่าจ้าง เมื่อได้เสพอรรถรสของเพลง เ ค้าชุด "โม่ง"คลุมหัว มีเสริมสวยทาหน้ากันแดดกัด และถุงมือถุงเท้าอย่างดี กันหนามระงับหรือหญ้าคาและหญ้าวัชพืชอื่นใดจะบาดแทง และงูกะปะพิษร้อนแรงตัวสวยพันธุ์สายหม้อใหม่ชนิด สีงูกะปะนี้มันช่างสวยน่ารัก ชวนจับคลำและคบกันในฐานะเป็นเพื่อนตาในนานๆได้เห็นที "มันกัดเอา"
และที่ว่ามาแล้วเครื่องสำอางนั้น อานองต์เสริมว่า เพื่อกันมีปัญหาชีวิตสมรสผัวหนี เมียตีตัวออกห่างหรือไปมีชู้ เครื่องสำอางประเทืองผิวเพราะแดดร้อนฉ่ำ ช่วยได้มันช่วยเพิ่มรัก ถ้ารู้จักอนามัยในการทำงานตัวนี้ ผมอานองต์พระเอกว่านะ ไม่ใช่ยั่วให้คิด อานองต์เมื่อสวมบทบาทนี้จะยกชีวิตที่สีลมมาไว้ที่บ้านนอกทันทีที่ชาโตอานองเตที่สี่สถานการณ์นี้ทันที เพราะมันเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้มากกว่าการมาพักร้อนที่ชาโตอานองเตที่สี่นี้แบบชนิดบางเวลาทากทีเดียว เอาละสรุปเลยว่า ทุกสรรพสิ่งที่นี่ ทำอะไรได้ อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจเลย เพราะแผนพัฒนะอันแสนที่จะสนุกและกลมกลืนให้กับตนเองและปากและท้องมากชัดเจนจนพิสูจน์ได้แน่นอน ยากแท้หยั่งถึง ในการพรรรณนา
ไม่ามีใครติดตามข่าวท้องถิ่น เพราะจะมีก็ตำรวจมาจับคนผิด
และอำเภอจะมาฉีดยาสัตว์ และฉีดยาดีดีที ให้ทุกบ้านกันยุงมาเลเรีย ที่ยูซอมสหรัฐและไทยแลนด์เขาเข้ามาจัดให้ ว่าอย่างนั้น
แต่ในยุคที่สามนี้ ตำรวจก็ดี ทางอำเภอก็ดีมาที่ชุมชนตลอดเวลาข่วยดูแลปกป้องอานองเตให้ทุกคนหลับเป็นสุขตื่นเป็นสุด ดั่งเป็นตัวเฝ้ายาม เป็นดั่งเพชรฆาตคนธรรพ์แห่งเมืองสวรรค์ทีเดียว
นย่วยงานนี้เขาโผล่ขี้นมาดูแลตลอดเวลาเหมือนดอกเห็ดที่โผล่มาให้เก็บกินได้ในฤดูฝนหรือเมื่อฝนมาผิดฤดูกาล อย่างฉันท์มิตรหรือฉันมิตรที่ท่านหมายถึงไว้ จนผู้ร้ายและเผ่ากิยองต์กระเด็นหนีไปหมดคือดำดินหมดไปเลย และที่อานองเตจะมีตำรวจชนิดดำดินมาอีกชุดแบบจัดเต็มให้ครบสำรับอย่างแสนสนุกและไม่มีคำว่าวางและสุดคุ้ม ทั้งคนใช้ภาษีและจ่ายภาษีสรรพสามิตแล้ว คงจะยิ้มหัวเราะได้เลยไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากไปกว่าถึงสรรพคุณอันแท้จริงอื่นอีก
แล้วทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อก่อนคิดว่าถ้ามีไข้คือไข้ป่า
ไข้ที่เทพเจ้าทรงพระพิโรธและดลบันดาลให้เกิดภัยต่างๆ ตามที่เชื่อ แต่มาบัดนี้ให้เชื่อเสียใหม่ว่า เพราะการไม่ได้รู้จักดูแลตนเองจึงเกิดไข้ต่าง ๆ ขึ้นมา
แม้รู้ว่าที่จริงคือตนเองต้องดูแลตนเองเป็นก่อนว่าอย่างนั้น แม้กระนั้นความเชื่อในเทพเจ้าก็ยังยึดคงเดิมแม้ฤาไฉนมี
ใช่ ทุกอย่างเปลี่ยนไป และรู้ว่าทุกอย่างกำลังเคลื่อนที่และมีปฏิกิริยาต่อกันตลอดเวลาเป็นลูกโซ่อย่างไม่หยุดและมีความคงที่แห่งความเปลี่ยนแปลงคือเปลี่ยนแบบคงที่
เหมือนเฟืองเครื่องจักรที่แรงดันหมุนมัน
และรู้ว่า อาทิตย์และพระจันทรา มีการหมุนเวียนเร็วกว่าที่ตาเห็น จากเดิมที่เคยเข้าใจว่าอาทิตย์หมุนรอบโลก แต่มารู้ว่าทุกอย่างหมุนรอบดวงอาทิตย์แบบมีอาทิตย์เป็นจุดศูนย์กลาง ทั้งที่ตามตาเห็นในทุกวันมันตรงกันข้ามกับความเชื่อใหม่ เพราะเหตุทางคณิตศาสตร์ชั้นสูงจึงมองออกเหมือนอย่างที่นักดาราศาสตร์คอปเปอร์นิคัสชาวโปแลนด์มีตาดาราศาสตร์มองและคณิตศาสตร์คำนวณคิด
และอานองต์เองก็รู้ว่า เพราะมันตัวอานองค์เองมีภาวะมัลนิวตรีเจ้นน์ และอายุของคน กอร์ปกับอาหรไม่เป็นเวลา ไม่เหมือนตอนเด็กกินน้อยกินมากร่างกายรับได้ แต่เมื่อายุเพิ่มขึ้นในขั้นวัยสนธยากาล มันต้องกินตามเวลามากและมีคุณภาพ เป็นแม่นมั่น เพื่อชดเชยพลังแรงโน้มถ่วงของร่างกายที่สูญเสียไปตอนเป็นหนุม ด้วยเหตุร่างกายอานองค์จนทำให้เกิดโรคเบาหวาน เสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ และสายตา อและเบาหวาน และความความดีอันสูงส่งที่ไม่น่าพิสมัยขึ้นมา และถ้าไม่ล่วงรู้ ความตายก็จะตามมาในเร็ววันทีเดียว
กอร์ปกับภักษาหารธรรมชาติมีน้อยลง เพราะปลูกมันขึ้นมาด้วยสารเคมี จึงอาจจะมีสารตกค้างปนเปื้อนอิออนภาวะ ตามมาเมื่อเรากินมันอย่างเอร็ดอย่างอย่างไม่ทันระวังปากและใจสั่ง ให้ปากและความพอใจทำ แบบหมานำตามหมาเดิน(สบถ)
พบว่าอย่างนั้น
คนเริ่มฉลาดขึ้น และอายุยืนยาวขึ้น เป็นปิรามิดสองหัวตั้งในแท่นเดียวกัน การตายเพราะชราภาพมีน้อยลง แต่คนตายเพราะอุบัติเหตุดูเหมือนมีมากขึ้น
อนึ่งพบว่าแต่ที่แท้จริงสรรพสิ่งนั้น คือการเสียดสีกัน ที่ทำให้เกิดพลังงานงาน ย้อนกลับไปเดิมในยุคหินที่คนเริ่มรู้จักใช้หิน คนรู้จักจุดไฟด้วยการใช้หินถูกันจนเกิดเป็นไฟฟืนขึ้นมาเพื่อหุงต้มย่างกินเองได้ แทนการได้กินของสดเหมือนสัตว์ หรือขุดแต่พืชกินหัวที่มีหัวกินได้ คนเริ่มเปลี่ยนจากนุ่งลมห่มฟ้ามาเป็นมีอะไรที่เป็นมีการใช้ปัญญามากขึ้นตามลำดับจากการที่คนเริ่มรู้จักใช้ไฟจากหินถูไถ(มิสื่ออนาจาร)กันนี้
อานองต์พิมพ์แล้วกดผิดที่ที่แก้ไขกลายเป็นเหมือนเดิมต้องแก้ซ้ำสองขออภัยสายตาคนตามที่พบเหตุเบาปัญญาที่ไม่เจตนานี้ด้วย บางครั้งแต่ไม่เสมอไป เพราะเครื่องพิมพ์ดีดโน้ตบุ๊คเค้าไม่เร็วตามนิ้วและใจและสมองและอารมณ์ผมสั่ง แต่ไม่เสียเค้าเรื่อง แต่บสงครั้งอานองต์ก็ไว้ใจมันเกินไปเพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้ดีเสมอ
และ
จนมาถึงวันนี้การเสียดสีนี้เองที่ทำให้คนและเครื่องจักรและชีวภาวะแห่งการพัฒนาไปไกลขึ้นจนมากขึ้น จนคนด้วยกันเองตามกันบางครั้งไม่ค่อยจะทันเช่นสูตรคณิตพิสดารเป็นต้น ที่ประจักษ์ ที่ตอนเรียนคิดจนหัวสมองแทบฉีก จำได้ว่าอย่างนั้นที่ที่เทพเจ้าที่ตรีบุรัมย์สถานเคยสอนและอบให้ทำเป็น
เป็นซับซ้อนยิ่งขึ้นจึงเกิดกระแสไฟฟ้าใช้ได้ที่เกิดจาก ไฟฟ้าบวกและลบ ที่ต้องมี บวกและลบ หรือที่รู้จักกันตอนนี้คืออีเลคตรอน โปรตอน นิวตรอน นั่นเอง นั้น นั่นเอง ที่ข่อยหมายถึง
เกิดคอมตพ์อันพิสดารขึ้น แลไช้ความไวที่มันมี มันก็เกิดจากการทำงานของตัวเลขศูนย์ และ หนึ่ง พาไปเป็นเลขที่มีฐาน และแปลงสัญญานเลขมาเป็นสัญญาภาษาและภาพ ดั่งที่มันออกมาให้เราบริโภคได้ตอนนี้สิ่งพิสดารทั้งหมดที่มีมาจากพื้นซานเพียงหลักสองอย่างนี้เป็นปฐมบทของปริบทที่สำคัญที่สำคัญมั้งหมด อานองต์ไม่ได้เล่นภาษาแต่เป็นนวนิยายอย่างนี้วิธี
ที่คนที่เรียนหนังสือในเรื่องนี้ต้องรู้ให้ได้ ว่าอย่างนั้น
การผสมพันธุ์ที่ทำให้เกิดคนเพิ่มขึ้นมาก็เกิดจากการเสียดสีระหว่างอวัยวะเพศหญิงและเพศชายจนคนเริ่มมีเผ่าและวงศ์วารสืบทอด กันต่อ ๆ มาขยายขึ้นและขยายวงกล้างขึ้นว่าอย่างนั้น เหมือนการยิดค่าไพน์แห่งวจระของอานุภาะที่เป็นวงกลมฉะนั้น
แต่เผ่ากิยองต์นั้นเขาแข่งกับเผ่าดิบองต์มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพื่อแย่งกันทำดีและทำชั่ว ในภาคความดีและความชั่วขย่มกัน(สบถ)
หรือจะเรียว่าเผ่าดิบองต์เป็นเผ่าสัมมาทิฐิ(เห็นถูก)แต่เผ่ากิยองต์เป็นเผ่ามิจฉาทิฐิ(เผ่าเห็นผิด) เปรียบอย่างนี้คงเป็นจินตนาการที่ไม่เสียเจตนาที่จะคิดเลย
จึงเกิดพลังในทางบวกและพลังในทางลบขึ้นในจักรวาล
เหมือนปลาที่เลี้ยงไว้เพื่อกินอาหารจากคนโอยทาน เมื่ออาหารถูกหว่านมามันจะแย่งกันกินจนมืดฟ้ามัวฝน แน่นอนตัวใหญ่ชนะตัวเล็ก ตัวเล็กอดตายไปถ้าตัวใหญ่ใหญ่หรือตัวเล็กแบบลูกเล็กเด็กแดงไหนที่แย่งพี่ๆเขาไม่ไหว จนเกิดที่มาที่ไปในการแตกฝูงแตกกันกลายเป็นอพยพไปหาแหล่งน้ำใหม่ต่อมา เกิดเป็นเหมือนความดีย่อมชนะความชั่ว
เพราะความดีนั้นใหญ่และอมตะกว่าความชั่ว ความชั่วจึงต้องอพยพไปที่ื่ใหม่ เมื่อต่อสู้กับความดีไม่ไหว เพราะเหมือนกลัวตำรวจจับติดคุกลงโทษว่าอย่างนั้น
เพราะการทำชั่วดีของสิ่ง ในส่วนที่เป็นมิติโดยชอบของการกระทำดังกล่าว ของความดีที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ชั่่ว
สมัยก่อนอานองต์อยู่ป่าเหมือนมนุษย์หมาป่า ที่พลัดพรากจากฝูงชนเป็นสัญชาตญาน พบว่า กัญชายาเสพติดให้โทษเริ่มปลูกกินสูบกันได้ใช้ได้ แต่มีขโมยขโมยะโจร เกิดขึ้นในเผ่าเดียวกันเองกีดทะเลาะเบาะแว้งกันเอง
เพราะกัญชาเป็นพืชหายากปลูกยาก และต้องรู้วิธี คือเพาะเมล็ดอย่างดีแล้วเอากล้าไปปลูก หรือหว่านเมล็ดแบบสัพเพสัตตา ทำในที่ตากฎหมายมองไม่ทันเห็น แต่เผ่ากิยองต์สมองใสทำได้
สืบทราบและเห็นว่า เขาไม้ต้องทำอะไรมาก เพียง ปลูกเมล็ดกัญชาพร้อมเสกมนต์ดำอาคม มันลงไปนิดนึงแล้วแซมตามกอหญ้า หรือพงหญ้าวัชพืชที่ชอบนักขึ้นตามข้างทางหลวง ไว้ตามข้างทางไว้เป็นระยะๆ
คนใช้ทางร่วมผ่านที่มีการปลูกกัญชาแบบพิสดารวิธีนี้ ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้ว่ากัญชาหรือต้นไม้กวาดที่ขึ้นตามข้างถนน
ที่ตนเองเดินผ่านไปมองข้ามไป เป็นระยะๆ ของทางที่มีคนเอาเมล็ดกัญชามาปลูกหรือโรยไว้ หรือเพาะแล้ว อย่างดีแล้วนำกล้ากัญชามาปลูก
ฝนตกมาบ้าง มีเงาบังจากใบไม้รำไร กัญชาคงขอบ สุดท้ายงามด้วยแดดร้อนรำไร กัญชาที่แอบปลูกไม่ตายและไม่ต้องดูแล แต่กำหนดวันไว้
แล้วรอเก็บกระเต็นไปสูบหรือขายปลีกขายส่ง
เผ่ากิยองต์ได้เพียงเดินด้วยเท้า ทุกระยะเพื่อเก็บและนำใบกัญชามาสูบหรือส่งขาย แต่ที่ทำ เขาเผ่ากิยองตินจะทำทีว่าเดินทางไกลไปๆมาๆ หาตัดไม้หาของกินประจำวัน มีีมีดงอบนบ่าหนึ่งอันเป็นอาวุธ สัญลักษณ์การเดินป่าประจำวันของเคนที่อานองเต
และหยิบเก็บด้วยการโค้งตัวก้มลงเก็บ ไม่มีคนสังเกต เพราะคิดว่าหาของป่ากินกันตามปกติ
วันเวลาล่วงเลยไป
กฎหมายห้ามปลูกกัญชา เกิดขึ้น และถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนดำผ่านมาถึงตามแผนพัฒนามาถึง
คือไหล่ถนนถูกจัดไว้อย่างดี มีกลุ่มคนเดินเวรยามกัน คนเผ่ากิยองติน ที่ปลูกเขาจะลักลอบแซมกัญชาข้างถนนที่รกพงหญ้าจึงหมดไป รวมทั้งทางรถไฟด้วย เผ่ากิยองติน ชอบปลูกกัญชาและทำอย่างนั้น ที่อานองต์สังเกตเห็นพิรุธ
สังเกตเห็นจึงได้เชื่อว่าเขาทำกันอย่างนี้ อนิจจาเดี๋ยวนี้เขาทำไม่ได้อีกแล้ว เพราะกฎหมายห้าม ใครทำเสี่ยงติดคุกแน่นอน
บัดนี้ไม่มีแล้วกัญชา มันถูกเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์หมด เช่นที่พิพิธภัณฑ์กองพลพลัดถิ่นที่ดอยแม่สลอง ที่เชียงราย จะมีหรือไม่ต้องติดตามอีกครั้ง แต่เคยไปพบและเคยมี มีของคณะทหารจีนกู้ชาติที่เข้ามาช่วยไทยปราคอมมิวนิสต์ ว่าอย่างนั้น อานองต์เคยเดินขึ้นไปดู เพราะทนเวียนวนขึ้นวงกตเขาขึ้นดอยไม่ไหว เพราะเวียนหัวรู้สึกเหมือนคนกำลังแพ้ท้องรู้สึกเป็นเมื่อจะมีลูก และกัญชานี้ใครครอบครองเค้าส่งเข้าคุกหมดตามกติกา หรือยกเข้ากองเพลิงหมดแล้วตามวิธีปราบปราม เวลาเผาหอมฟุ้งจนนกบางตัวโงกหลับพลัดตกลงมาเมื่อได้กลิ่นควันมันเข้าไป และตามวิธีเสดาะเคราะห์คนทำผิดของกฎหมาย เพื่อเป็นประเทศที่แสนดีงดเสพสิ่งติดให้โทษเป็นที่ประจักษฺต่อโลกที่มีอารยะ ในเรื่องกัญชาแต่ละยุคที่พบ
และ นอกจากดอกไม้ดาวเรืองขึ้นแทนและหญ้าหญ้าแฝกเจ้าได้เข้ามาแทนที่ และคนปลูกกัญชาสูบกัญชาก็ไม่มีที่ให้เห็นอีกแล้วและจะหายไปหมดจากโลกนี้ต่อไปผมเชื่อคือจะเหลือแต่ที่มีแผนอนุญาติให้ปลูกและอนุรักษ์เท่านั้น ต้อไปนี้ จะเหลือแต่คนชอบกินกาแฟ และชาอูหล่องเบอร์สิบสอง และเหล้าที่ไม่หวงห้ามเท่านั้นต่อไป
อานองต์ทำนายเอาไว้
แม้คำทนายจะเหมือนพยากรณ์อากาศซึ่งตรงบ้างไม่ตรงบ้าง
เพราะลม คือทำนายแม่นบ้างไม่แม่นบ้าง เพราะกระแสลมพัดมันวิปริต ไม่เฉพาะที่และแรงเร็วกว่าที่เรดาร์ธรรมดาจะจับให้แม่นได้ แต่ก็ถือว่านำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจว่า ถึงไหนอย่างไรลม
จริง ไว เร็ว แม่น ไม่แม่น
ฝนจะตกและไม่ตกได้
อานองต์ได้ข้อสรุปว่าอย่างนั้น
ในที่มี่สุดที่จะพึงมีในตอนนี้ตามสภาพและโดยสภาพ
ธรรมชาติของสังคมมนุษย์ก็เช่นกัน
สรุปให้เห็นอย่างง่ายคือ การต่อสู้เพื่อการอยู่รอด แย่งกันกินแย่งกันใช้ แย่งกันรวย แย่งกันจน แย่งกันฉิบหาย(สบถ)ในเชิงบวกและเชิงลบ
อย่างงัยก็ยังงัยแล้ว(ไม่อนาจาร)
อานองต์เข้าใจว่าโลกนี้มันหนุ่มวัยกลัดมันตลอดเวลา โลกไม่แก่ไปตามกาลเวลาเลย และมันไวเหมือนลูกข่างที่ถูกซัดเหวี่ยงแล้วหมุน หรือมันสะพรึบ เหมือนขณะกดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูนิกอน(มิโฆษณา)ที่ใช้อยู่ ดังแชะ ๆ จริง กล่าว อานองต์รู้สึกว่า เหมือนอยู่ในอังกฤษมาเมื่อตะกี้ทั้งที่ผ่านไปเกือบสี่สิบกว่าแล้ว
คือสี่สิบปีนี้เมื่อเทียบห่างกันของความไวและความเจริญที่เร็วไวปรากฎที่เกิด มันเร็วเหลือเชื่อ
มันน่าจะเร็วย้อนหลังให้เหมือนการคิดดอกเบี้ยแบบทบต้น น่าจะดี เพราะมนุษย์จะได้ไม่เสียเปรียบธรรมชาติของความเร็วได้
กล่าวคือคือว่า ตอนที่อยู่ ออกร์ฟอร์ด ลอนดอน เขายังไม่มีมือถือ และเอทีเอ็มใข้กันเลยตอนนี้ที่พบ ตอนอานองต์ออกจากไทยตัวนี้ก็ไม่มีตัวนี้เหมือนกัน ขระที่ร้านฮารอดลอนดอน และบีบาที่เคนซิงตั้น ไฮท์สตรีทนั้นมีแล้วเสมอ จำได้ที่พบไปเที่ยวเดินเล่นซื้อของรักมาสะสมไว้ก่อนหายไปหมดตตามระเบียบต่อมา
ตอนทำงานที่สีลม เคยต่อสายพ่วงโทรศัพท์เพียงกด ต่อได้เลยมีเท่านั้นนี่ที่ทันสมัยที่สุดแล้วสำหรับคนรากหญ้าสีลมไวท์คอลลาร์ นี่คือสุดขีดของระบบความเร็วก่อนไปลินดอนในยุคนั้น
ที่อังกฤษที่พิสดารกว่าไทยนิดนึงคือ
มอร์เตอร์เวย์ที่พบมันอลังการทีเดียว ตอนนั้นเมือวไทยไม่มีมอร์เตอ์เวย์จะมีก็ไฮท์เวย์มิตรภาพ สุขุมวิทย์และเพชรเกษม ถ้าไม่ผิด
มีสิ่งเดียวที่แปลกอานองต์มากคือ
ที่อังกฤษมีหน่วยตู้เรียกรถกู้ภัยรถเสียยี่สิบสี่ชั่วโมงบริการสมาชิก ในที่ทุกหย่อมหญ้าที่ถนนอังกฤษมี แต่ที่ไทยนั้นบัดนี้ทศวรรษที่หกสิบยังไม่พบมีเลย พอรถเสีย ต้องเดินขาโกงกลางป่ากับถนนเพื่อถนน เพื่อหาโรงซ่อม โรงปะ จนคนไทยทุกคนต้องฝึกซ่อมรถเองได้อย่างฉลาดแม้ว่าจะศรีธนญชัยขึ้นก็ตาม ผมว่า แม้แต่ที่อานองเตเมืองในมโนคติของอานองต์ก็เช่นกัน แต่ในมที่สุดใช้ได้
เมืองไทยเมื่อผมอานองต์มา ก็ยังคงเดิม แต่อีกสามปีผ่านไป รถมีแอร์มีประตูปิด ทางมากมายจนนับไม่ไหว ตึกเพิ่มขึ้นมามากมายเหมือนวัชพืชที่งอกโดยไม่ต้องปลูกรดน้ำใสปุ๋ยและดูแลมัน จนต่อมาที่มันสมัยสุดๆ คือ มีมือถือจากเพคลิง คือแบบมือถือตามตัวก่อน ตามมาด้วยมือถือสัญญาณ จี สองสามสี่ จี จนสัญญาณ สัญญาพิสดารมากมายจนเลือกใช้แทบจะไม่ไหว จนมากมายถึงขั้นแรงพระจันทร์กลิ้งตามแทบไม่ทัน เอทีเอ็ม เนี๊ย ผลุดเหมือนดอกเห็ด มันสะดวกมากเลย และอานองต์ได้ใช้สิ่งนี้ และสอบเข้ามหาวิทยาลัยปิดได้เพราะมีสิ่งนี้คอยติดตามข่าวคือทันข่าวสอบสัมภาษณ์และนัดหมาย
ส่วนที่ลอนดอนอังกฤษช่วงนี้ คือทั่วโลก มือถือและเนตนั่นเพี้ยบแล้วแน่นอนทุกแห่งถามมาและโทรมา ต่างกันแต่เวลากินของเราเป็นเวลานอนของเขาเท่านั้น เวลาต่างกันเจ็ดชั่วโมงนิดหน่อย ตามมาตรบานกรีนวิชต์ มีน ไทม์
คอมพ์อานองต์มาเล่นอย่างจริงจังเป็นตอนเรียนมหาลัยปิดที่ไทยนี้ สตาร์ท จาก 95 98 2000 2003 มาเลยถ้าไม่ผิด
แต่ที่อังกฤษ อานองต์ก็มีคอมพ์เป็นเหมือนกัน แต่อานองต์ทำเริ่มที่ที่ คีย์พันช์ โอเปอเรอเตอร์ชนิดจำพวก ที่สถถาบันป่าไม้โลก ที่ ออกร์ฟอร์ดที่อานองต์เป็นรับจ้าง นั่นการเริ่มต้นชิตคอมพ์ของอานองต์ละ ที่ แน่นอนและแสนดี และได้รู้จักสมองกลตั้งแต่บัดนั้น ถ้ามีคอมพ์ มีเอทีเอ็ม สมัยนั้นที่อังกฤษละก็ คงกดเงินเล่นกันให้สนุกไปเลย เหมือนอ่านหนังสืออ่านเล่นเรื่องศาลาโกหกของ ไทย ต่อ ตัวละครคือ พล นิกร กิมหงวน แต่เขามีบัตรรูด บัตรเบิกเงินเกินบัญชีได้แล้ว มีได้เท่านั้นที่ทันสมัยตอนนั้นที่อังกฤษ ที่อานองต์ได้สนุกอย่างเป็นนิยายชีวิตจริงและเป็นทั้งนิยายชีวิตปลอม เพราะอานองต์ต้องทำงานจึงได้เงินมาเล่นสนุกกับสังคม ถ้าไม่ทำงานก็คงแฮ้วรากหญ้าเหมือนคนแทรมป์อังกฤษเดินกอดเหล้าไวน์เดินตามถนนดีๆรอรัฐบาลเลี้ยงดูดี ๆ นี่เอง
บัตร เครดิตรายเดือนบัตรรูด บัตรอเมริกันเอกเปรส(ไม่โฆษณา) และ ดินเนอร์นี่ละทันสมัยทุกยุคพบทุกยุคนับแต่อานองต์เกิดมา บัตรใช้เงินไม่ต้องใช้เงินสดนี่ดี เ่ากิยองจะิ่งราเงินสดจาดเพิรส์ของเราไม่ได้ อานองต์่าอย่างนั้น และได้ใช้มันบ้างอย่างสนกใจเช่นกัน ถ้าไม่กลัมันที่จะใช้ และเขานิยมที่สุด จนต่อมีบัตรเคาต์ดาวน์เกิดึ้นบัตรนี้ ซื้อของลดเปอร์เซ็นต์ แต่เดี่ยว
นี้ ไม่ทราบ

No comments:
Post a Comment